hello

รายละเอียดบทความ

Intrend Style By ผ้าพันคอ

     

    

 


        หนาวนี้คุณมีผ้าพันคอแล้วหรือยัง?  เป็นคำถามที่น่าถามมากที่สุดกับแฟชั่นเครื่องแต่งกายรับลมหนาวในพ.ศ. นี้ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางใด ก็สามารถเห็นคุณสาวๆหรือแม้แต่หนุ่มๆ เลือกหยิบจับเอาผ้าพันคอที่คิดว่าอินเทรนด์มาอวดโฉม กลายเป็นเครื่องประดับชิ้นสำคัญ เพิ่มสีสันการแต่งตัวช่วงปลายปีอย่างถ้วนหน้า ที่สำคัญจะเห็นได้ว่าผ้าพันคอที่เราเห็นกันอยู่นี้ อาจมีความแตกต่างทั้งด้านลวดลาย สีสัน คุณภาพ คุณรู้หรือไม่ว่าผ้าพันคอเหล่านี้ต่างกันอย่างไร ซึ่งก่อนที่เราจะทราบถึงชนิดของผ้าพันคอ หลายคนอาจสงสัยว่า ที่มาของผ้าพันคอนั้นเป็นอย่างไร เหตุใดเราถึงรู้จักผ้าพันคอขึ้นมาได้

     ประวัติของผ้าพันคอนั้น มีอยู่ว่าย้อนหลังกลับไปยุคโรม มีผ้าเช็ดหน้าที่รู้จักกันในชื่อในภาษาละตินว่า Sudarium ที่ชายชาวโรมันใช้ในการซับเหงื่อที่คอและใบหน้า ชาวโรมันได้พัฒนาผ้าพันคอให้เป็นที่นิยม โดยการใช้ผูกปมเป็นเข็มขัดหรือไม่ก็ สวมรอบคอ ซึ่งแน่นอนว่ากระแสนิยมนี้พัฒนาไปสู่เหล่าผู้หญิงด้วย และตั้งแต่นั้นมาผ้าพันคอก็เป็นเสมือนความนิยมในหมู่สาวๆ
     ในสมัย Shih Huang Ti จักรพรรดิ์จีน ผ้าพันคอถูกทำจากผ้าแทนขนสัตว์เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของของตำแหน่งในการสงคราม และต่อมาในช่วงศตวรรษที่17 ก็เป็นที่แพร่หลายในวงการค้าขายชาวโครเอเชี่ยนซึ่งก็ไม่มีการใช้ขนสัตว์แต่เป็นผ้าฝ้ายธรรมดา และใช้ผ้าไหมสำหรับทหารหรือพนักงานบริษัท โดยถูกเรียกว่า Kravata ต่อมาชาวฝรั่งเศสเรียกว่า Cravats ใช้เป็นผ้าผูกคอหรือ เน็คไทมีสีสันสวยงามและแตกต่างยิ่งขึ้น แต่ทว่ามีแนวโน้มกลายเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองของผู้ประท้วง จนกระทั่งศตวรรษที่ 19 กระแสนิยมในผ้าพันคอหรือเน็คไทกลับมาอีกครั้งและเป็นกลายเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มต้องมีอยู่ในตู้เสื้อผ้าจนถึงปัจจุบันนี้  ที่ผ้าพันคอและเน็คไทถูกออกแบบมาเป็นองค์ประกอบของเครื่องแต่งกายทั้งชายและหญิงและเด็กๆทั่วโลกในที่สุด

 

          แต่เดิมนั้นวัสดุในการใช้ผลิตผ้าพันคอมีอยู่หลายชนิด เช่น ขนสัตว์ซึ่งเป็นเส้นใยธรรมชาติที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายได้ดีเหมาะกับสภาพอากาศหนาวเย็น ต่อมามีการนำผ้าฝ้ายและผ้าชีฟอง เหมาะกับสภาพอากาศแบบอบอุ่นหรือหนาวเย็นไม่มากเพราะมีความโปร่งสบาย  ผ้าไหมและผ้าซาตินมีความสวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะ นอกจากนี้ยังมีผ้าชนิดอื่นๆอีกมากมายที่มีคุณสมบัติต่างๆกันไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้สวมใส่จะเลือกพึ่งพอใจแบบใด

 

 

 

          สำหรับแฟชั่นผ้าพันคอในไทย อันที่จริงผ้าพันคอกับคนไทยมีมานาน ตั้งแต่สมัยที่มีการแพร่เข้ามาของวัฒนธรรมยุโรป แต่ทว่าเกิดๆหายๆไปเป็นระยะ แฟชั่นของคู่รักที่ฝ่ายหญิงยอมอดหลับอดนอนถักผ้าพันคอให้หนุ่มที่รักเป็นเรื่องที่เชยมากแล้วในปัจจุบัน  ประการหนึ่งเพราะประเทศไทยมิใช่เมืองหนาว ไม่ได้มีอากาศหนาวจนติดลบหรือหิมะตกจนแถบแข็ง ผ้าพันคอจึงแพร่หลายในประเทศแถบขั้วโลก หรือตอนเหนือเช่น ยุโรป อเมริกา และเอเชียตะวันออกเช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี มากกว่าประเทศแถบเส้นศูนย์ สูตรที่มีสภาพอากาศร้อนยาวนานกว่าอย่างประเทศไทย แต่การที่ในปีนี้กระแสแฟชั่นผ้าพันคอมาแรงคงจะหนีไม่พ้นกระแสการแต่งตัวสไตล์เกาหลีหรือที่เรียกกันว่า KPOP ของดารานักร้องทั้งของเกาหลีและของไทยเอง ที่ไหลเรื่อยมาจนถึงฤดูหนาวของบ้านเราพอดิบพอดี อีกทั้งการตีตลาดของผู้ผลิตรายเล็กรายใหญ่ที่แข่งขันกัน  กดราคาลดแลกแจกแถมสนั่นเมือง ทำให้ผ้าพันคอหลายแบบหลากสไตล์หาซื้อได้ทั่วไปในที่ชุมชนค้าขาย ถือว่าเป็นความพยายามของพ่อค้าแม่ค้าหัวใสที่เลียนแบบลวดลายให้โดนใจวัยรุ่น และปรับเปลี่ยนเนื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศ ที่สำคัญคือการลดต้นทุนให้ถูกที่สุดและสามารถขายได้มากที่สุด แต่ก็ไม่ใช่เพียงแค่ตลาดย่อยเท่านั้น ตลาดใหญ่ของสินค้าแบรนด์เนมทั้งหลาย เช่น Hemmes, Etro, Ferrigamo, Marisol Deluna, Emilio Pucci, Nicole Miller ก็ไม่ยอมแพ้ ต่างออกแบบผ้าพันคอเอาใจหนุ่มสาวมาดเนียบ ที่พอมีเงินเหลือใช้ทั้งหลาย ได้ใส่อวดโฉมกัน

                           

          เมื่อเราได้ทราบที่มาของผ้าพันคอแล้วที่นี้เราก็มาทำความรู้จักกันว่าผ้าพันคอมีกี่ชนิด โดยเราสามารถจัดแบ่งชนิดของผ้าพันคอได้เป็น

ผ้าพันคอแบบไหมพรมถัก (Knitted Scarves)
     ผ้าพันคอแบบไหมพรมถักค่อนข้างเหมาะกับสภาพอากาศที่ค่อนข้างหนาวมากหรือหิมะตก เช่นในทวีปยุโรป อเมริกา และประเทศทางฝั่งเอเชียเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เนื่องจากให้ความอบอุ่นได้ดี อาจมีการใช้เข็มหรือเครื่องจักรในการถัก มีหลายขนาดตามความถนัดหรือสไตล์ของผู้ถัก โดยสามารถทำมาจากวัสดุขนสัตว์ธรรมดา, Pashmina(ผ้าชนิดหนึ่งในตระกูลผ้าขนสัตว์แคชเมียร์) หรือฝ้าย
     และในการใช้ประโยชน์จากไหมพรมถักนี้ นอกจากการใช้เป็นผ้าพันคอทั่วไปแล้ว ยังนิยมในการถักเป็นหมวกแบบต่างๆ เสื้อกันหนาวอีกด้วย

 

 

 

ผ้าพันคอแบบทอด้วยมือ (Handwoven Scarves)
     ผ้าพันคอแบบทอด้วยมือนี้ ในประเทศไทยได้นำมาเป็นสินค้าส่งออกและขายแก่นักท่องเที่ยวนำรายได้เข้าประเทศมิใช่น้อย ผ้าทอที่เป็นที่นิยมมักเป็นผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายและซาตินทอมือ เนื่องจากความสวยงามและสภาพอากาศของบ้านเราค่อนข้างร้อน ฤดุหนาวอากาศไม่หนาวมาก วัสดุที่นำมาใช้โดยทั่วไปมีทั้งไหม pashmina ฝ้าย ไนล่อน ไหมสังเคราะห์ ซาติน กำมะหยี่ หรือขนสัตว์

 

 

 

ผ้าพันคอแบบเพ้นท์ลาย (Hand Painted Scarves)
     วัสดุที่นำมาทำได้แก่ ฝ้าย ด้ายกำมะหยี่ ขนสัตว์ ชีฟอง ซาติน โดยผ้าพันคอแบบเพ้นท์ลายอาจมีสีสันและลวดลายต่างกันตามท้องถิ่นและความนิยม

 

 

 

ผ้าพันคอแบบทำเอง (Handmade Scarves)
     เป็นผ้าพันคอที่ผู้ผลิตตั้งใจทำขึ้นในแบบที่ตนเองต้องการ ให้มีความแตกต่างไม่ซ้ำใคร อาจทำขึ้นเพื่อสวมใส่เองหรือเพื่อขาย

 

 

 

ผ้าพันคอแบบปักลาย (Embroidered Scarves)
     นิยมปักลงบนผ้าสีผื้น สามารถออกแบบการปักได้หลายแบบโดยการใช้ ปักเป็นลูกไม้ธรรมดา ปักตกแต่งด้วยโลหะ ลูกปัด หรือกระจก รูปแบบของผ้าพันคอแบบปักลายจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมด้านเท่า สี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือสามเหลี่ยม และปักลายลงไปบริเวณมุมของเหลี่ยมหรือริมขอบผ้าด้ายใดด้านหนึ่ง หรือปักต่อเพิ่มจากเนื้อผ้าแต่ละด้าน ซึ่งวัสดุที่นำมาทำเนื้อผ้าใช้ได้ทุกประเภทตามความต้องการของผู้ผลิต

 

 

 

ผ้าพันคอแบบพิมพ์ลาย (Machine Printed Scarves)
     เป็นผ้าพันคอที่ใช้เครื่องจักรในการพิมพ์ลาย ซึ่งสะดวก และรวดเร็ว ให้สีและรูปแบบที่ชัดเจนแต่มีลักษณะลวดลายคล้ายคลึงกัน เนื่องจากเป็นการผลิตจำนวนมาก  รูปแบบของผ้าเป็นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม และสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลวดลายที่พิมพ์มักเป็นรูปคดโค้ง รูปสัตว์ รูปดอกไม้ และเรขาคณิต ชนิดของวัสดุที่นำมาใช้ผลิตผ้าพันคอแบบพิมพ์ลาย ได้แก่ ไหม กำมะหยี่ ฝ้าย ชีฟอง ซาติน เส้นใยโพลีเอสเตอร์ ไนล่อน ไหมสังเคราะห์

 

 

 

ผ้าพันคอแบบร่วมสมัย (Vintage Scarves)
     ผ้าพันคอแบบนี้ เป็นการออกแบบเฉพาะแนวร่วมสมัย เป็นลวดลายหรือสีสันแบบมีเอกลักษณ์ มีอารมณ์บางอย่างที่ต้องการสื่อออกมา มักเป็นลวดลายลูกไม้ ดอกไม้ กราฟฟิคแบบเชยๆ  วัสดุที่นำมาผลิตผ้าพันคอสามารถใช้ผ้าได้ทุกประเภท ลักษณะของผ้า มีทั้งสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม สี่เหลี่ยมผืนผ้าและวงโค้ง

 

 

       

          แต่ไม่ว่าจะเป็นผ้าพันคอแบบใด ราคาถูกหรือแพง สิ่งที่น่าสนใจคือจุดประสงค์ของผู้สวมใส่  เช่นบางคน ใส่เพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายหรือรับกับสภาพอากาศในฤดูต่างๆ   เพื่อประกอบเครื่องแต่งกายไม่ว่าจะ พันคอ คลุมไหล่ ผูกเอว โพกศีรษะเพื่อความสุภาพหรือเพื่อความสวยงาม หญิงชาวอิสลามใช้ผ้าซึ่งลักษณะคล้ายกับผ้าพันคอเพื่อคลุมผมตามหลักศาสนา เรียกว่า Hijab ขณะที่โรงเรียนทั่วโลกมีผ้าพันคอเป็นหนึ่งในเครื่องแบบสำหรับการเรียนลูกเสือ และบางแห่งในต่างประเทศใช้ผ้าพันคอที่มีสัญลักษณ์ของโรงเรียนเช่นเดียวกับสายการบินและโรงแรมหลายแห่งเสมือนเป็นเครื่องแบบ ปัจจุบันแม้แต่สโมสรฟุตบอลต่างประเทศยังมีการผลิตเป็นสินค้าที่ระลึกแสดงสัญลักษณ์ของทีมอีกด้วย

 

ผู้ลงบทความ : pookie